Buyer's Guide - 6 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนจะประกอบคอมสักเครื่องให้คุ้มกับเงินที่จ่ายไปมากที่สุด

ในปัจจุบันนี้การจัดสเปคคอมให้ตรงความต้องการในงบที่จำกัดนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากอีกทั้งยังต้องให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นรองรับกันอีกด้วย ทำให้การจัดสเปคนั้นจำเป็นต้องมีความเข้าใจอยู่ในระดับหนึ่ง ดังนั้นวันนี้เลยจะมาเขียนอธิบายสิ่งที่ต้องรู้ก่อนจะประกอบคอมสักเครื่อง ให้ตรงกับความต้องการและอยู่ในงบมากที่สุด จะได้ไม่ต้องมาเสียใจในภายหลัง สำหรับสิ่งที่ต้องรู้จะมีอะไรบ้างนั้น

 

 

1.CPU

 

 

สำหรับ CPU นั้นในการเลือกซื้อควรเลือกซื้อให้เหมาะสมกับการนำไปใช้งานมากที่สุด โดย CPU นี้จะมีด้วยกัน 2 ยี่ห้อคือ Intel และ AMD 

สำหรับ Intel นั้นจะใช้ชื่อซีรี่ย์ว่า Core i โดยจะแแบ่งออกเป็น i3 ที่เป็นตัวเริ่มต้น, i5 ที่มีประสิทธิภาพระดับกลาง i7 ที่มีประสิทธิภาพระดับสูง และ i9 ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด นอกจากนี้ยังมีซีรี่ย์ Xeon ที่นิยมนำไปใช้กับเครื่อง Server หรือ WorkStation ที่ต้องการความแรงอย่างมากอีกด้วย 

ส่วน AMD นั้นจะใช้ชื่อซีรี่ย์ว่า Ryzen โดยจะแบ่งออกเป็น Ryzen 3 ที่เป็นตัวเริ่มต้น, Ryzen 5 ที่มีประสิทธิภาพระดับกลาง Ryzen 7 ที่มีประสิทธิภาพระดับสูง และ i9 ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด 

ซึ่งสำหรับ CPU Desktop แล้วก็มีรหัสต่อท้ายแบบเดียวกับ CPU Notebook อย่างเช่น Intel รหัส F คือจะเป็นรุ่นที่ไม่มีการ์ดจอภายในตัว CPU และรหัส K ที่สามารถ Overclock ได้ ส่วน AMD จะมีรหัส G ที่จะมีการ์ดจออยู่ภายในตัว และรหัส X ที่ Overclock ได้  

คำแนะนำ

ในการเลือกซื้อนั้นควรเลือกให้เหมาะกับงานเพื่อให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด เช่น ใช้งานทั่วไป ไม่หักมากก็เป็น Core i3 หรือ Ryzen 3 แต่หากใช้งานหนักขึ้นมาหน่อยอย่างเล่นเกมเป็นหลักหรือทำงานกราฟฟิกแบบไม่บ่อย Core i5 หรือ Ryzen 5 นั้นค่อนข้างพอเหมาะเลย แต่หากทำงานที่ต้องการ core จำนวนมากเช่นสตรีม ตัดต่อหรือทำกราฟฟิกหนัก อย่างน้อยควรจะเป็น Core i7 หรือ Ryzen 7 ขึ้นไป และหากมีงบเยอะมากสามารถขึ้นไปเป็น Core i9 หรือ Ryzen 9 ได้เลย โดยให้เลือกจากที่เป็นรุ่นล่าสุดหรือก่อนหน้าหนึ่งรุ่น เพื่อที่จะได้สามารถใช้งานได้ยาวนาน ซึ่ง Intel ในปัจจุบันเป็น Gen 9 ส่วน Ryzen จะเป็น รุ่น 3000 สำหรับแต่ละรุ่นจะมีการแยกย่อยด้วยรหัสต่อท้ายเพิ่มเติม โดยในการเลือกซื้อให้พิจารณาว่าจำเป็นต้องมรการ์ดจอภายในตัวไหมหรือจำเป็นต้อง Overclock ไหม  

 

2.MainBoard

 

 

สำหรับ MainBoard หรือ MotherBoard นั้นในการเลือกซื้อนั้นต้องพิจารณาจากหลายๆชิ้นส่วน เพราะการที่จะใช้ชิ้นส่วนนั้นๆได้ MainBoard ต้องรองรับด้วย ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงเวลาเลือก MainBoard คือใช้ CPU ยี่ห้อไหน Socket อะไร ต่อมาคือจะใช้แรมกี่แถว จะใช้ SSD แบบไหน SATA หรือ M.2 (M.2 จะมี 2 ประเภทคือ sata กับ NVMe) อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงขนาดของเคสที่จะใช้ด้วย เพราะหากซื้อเคสมาขนาดเล็กกว่าจะทำให้ไม่สามารถใส่ได้ 

สำหรับ mainboard จะแบ่งเป็น

  • Mini-ITX ที่ขนาดเล็กกะทัดรัด เหมาะกับเพื่อนๆที่ต้องการประกอบคอมเคสขนาดเล็กในงบประมาณไม่สูงมา
  • Micro-ATX ที่มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป สามารถใช้เคสได้เกือบทุกรุ่นบนโลกนี้ทั้งเคสเล็กหรือใหญ่ สามารถอัพเกรทอุปกรณ์ได้แทบไม่ต่างไปจากเมนบอร์ดไซท์ใหญ่อย่าง ATX
  • ATX เป็นเมนบอร์ดขนาดมาตรฐานที่ทุกค่ายต้องมี มีราคาตั้งแต่ราคาพันปลายๆไปจนถึงระดับหมื่นบาท

คำแนะนำ

ในการเลือกซื้อ mainboard นั้นจะต้องดูก่อนว่าเราใช้ CPU อะไร เพราะ CPU แต่ละยี่ห้อจะใช้รหัสไม่เหมือนกัน และไม่สามารถทำงานร่วมกันได้

โดยสำหรับ Intel จะเป็นรหัส B, H และ Z โดยรหัส B จะเป็นแบบประหยัด ส่วน H จะมีราคาแพงขึ้นมาหน่อย รองรับชิ้นส่วนได้มากกว่า B ส่วน Z จะเป็นแบบระดับสูง โดยมากจะใช้กับรุ่นที่ overclock ได้  นอกจากนี้ยังมีรหัส X สำหรับ Xeon อีกด้วย

สำหรับ AMD จะมีรหัส A, B และ X โดย A จะเป็นแบบเริ่มต้น เทียบได้กับรหัส B ของ Intel ส่วน B จะเป็นแบบกลางๆ เทียบได้กับรหัส H ของ Intel และ X จะเป็นแบบระดับสูงซึ่งเหมือนกับ Z ของ Intel คือเหมาะกับรุ่นที่จะ overclock ได้

โดยหลักแล้วในการเลือกซื้อจะดูจากจุดนี้เป็นหลัก นอกจากนี้ก็จะเป็นจะใช้ RAM กี่แถว ต้องการไฟ RGB ไหม ซึ่งตรงนี้ตามแต่ผู้ซื้อจะชอบหรืองบจะเอื้ออำนวย

 

3.RAM

 

 

RAM เป็นหน่วยความจำที่เอาไว้สำหรับใช้งานโปรแกรมต่างๆ โดยในการเลือกซื้อนั้นจะต้องให้เพียงพอกับโปรแกรมที่ใช้งาน เพราะในปัจจุบันโปรแกรมต่างๆ เริ่มใช้งาน RAM กันมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับส่วนประกอบของ RAM นั้นนอกจากยี่ห้อแล้วจะมีขนาด, bus(ความเร็ว) และรุ่นของ RAM (DDR) โดย RAM ในแต่ละรุ่นจะมีราคาต่างกันไปตามแต่ละรุ่น ซึ่งจะต้องเลือกให้เข้ากับงานที่จะใช้ด้วย เพราะในบางโปรแกรมอย่างโปรแกรมตัดต่อหรือโปรแกรมจำลองต่างๆ ก็ใช้ RAM กันเยอะพอสมควร ซึ่งหากใช้พื้นที่หมดตัวระบบจะทำการปิดโปรแกรมทั้งหมดเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการใช้งาน

คำแนะนำ

ในการเลือกซื้อ RAM ปัจจุบันนั้นเป็น RAM DDR4 อีกทั้งควรจะมีขนาดอย่างน้อย 8GB และทางที่ดีไปให้ถึง 16GB เลยจะดีที่สุด ส่วน bus นั้นจะขึ้นกับลักษณะงานแต่หากให้แนะนำแล้วอยากให้เลือกอย่างน้อย 2400MHz และหากให้ดีหน่อยก็จะเป็น 2666MHz ส่วนหากใช้งานหนักๆอย่างพวกตัดต่อหรือใช้งานกราฟฟิกสูงๆ ก็ควรจะเลือกอย่างน้อย 3000MHz ขึ้นไป

 

4.GPU

 

 

GPU หรือการ์ดจอ นั้นจะมีอยู่ 2 ประเภทคือแบบออนบอร์ดกับการ์ดจอแยก โดยแบบออนบอร์ดจะมาพร้อมกับ CPU และจะเหมาะกับการทำงานเบาๆเป็นหลัก ส่วนการ์ดจอแยกนั้นจะมีอยู่ 2 ยี่ห้อคือ Nvidia และ AMD โดยในการเลือกซื้อจะต้องเลือกซื้อให้เหมาะกับเกมที่จะเล่นหรือโปรแกรมที่จะใช้งาน ซึ่งในแต่ละเกมหรือโปรแกรมนั้นจะมีบอก minimum ที่ระบบต้องการอยู่ซึ่งเวลาซื้อก็ควรซื้อให้สูงกว่าที่ระบบต้องการ

สำหรับ Nvidia นั้นในปัจจุบันจะมีอยู่ 2 ซีรี่ย์คือ GTX และ RTX โดย GTX จะเป็นแบบสำหรับผู้ที่ต้องการการืดจอแรงแต่ราคาไม่สูงมาก ส่วน RTX นั้นจะเป็นแบบที่จริงจังกับกราฟฟิกระดับสูง ซึ่งซีรี่ย์นี้จะมีราคาที่ค่อนข้างสูง

สำหรับ AMD นั้นจะมี 2 ซีรี่ย์คือ RX และ VII โดย RX จะแบ่งเป็น 2 ซีรี่ย์คือแบบเก่า ซีรี่ย์ 500 และ ซีรี่ย์ 5000 ที่เป็นรุ่นใหม่ เป็นซีรี่ย์ที่เหมาะแก่ผู้ใช้ที่ต้องการเล่นเกมด้วยงบไม่สูง ส่วน VII จะเป็นการจอระดับสูงที่ใช้งานกราฟฟิกหนักๆได้อย่างสบาย

คำแนะนำ

ในการเลือกซื้อสำหรับ Nvidia แล้วแนะนำให้เป็น GTX 1650 สำหรับผู้ที่ต้องการกราฟฟิกแรงแต่งบน้อยหรือจะเป็น GTX 1060 มือสองก็ได้ และหากอยากให้สามารถเล่นเกมได้อย่างครอบคลุมก็ควรจะเป็น GTX 1660Ti  และหากจะใช้งานกราฟฟิกสูงๆก็แนะนำเป็น RTX 2060 ก็เพียงพอต่อการเล่นเกมได้ทุกเกมแล้ว เว้นแต่หากงบเหลือเยอะก็สามารถขึ้นเป็น RTX 2070/2080 ได้

ส่วนของ AMD นั้นหากเน้นประหยัดหน่อยก็จะเป็นซีรี่ย์ RX 500 ซึ่งเป็นรุ่นที่มีราคาค่อนข้างถูก กราฟฟิกไม่สูวงมากนัก ส่วนถ้าจะเล่นกราฟฟิกสูงๆ ก็จะเป็น RX 5700 หรือ 5700XT

โดยหลักๆแล้วการเลือกซื้อจะขึ้นอยู่กับเกมที่เล่นและงบประมาณที่มี

 

5.SSD/HDD

 

 

สำหรับ SSD/HDD นั้นจะเป็นที่เก็บข้อมูลต่างๆรวมถึงที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการด้วย โดยในปัจจุบัน SSD/HDD นั้นต่างก็มีราคาที่ถูกลงทั้งคู่ โดยในการจัดสเปคควรจะมีทั้ง 2 ตัว โดยจะใช้ SSD เป็นที่ติดตั้งโปรแกรม ส่วน HDD เป็นที่เก็บข้อมูล สำหรับ SSD นั้นจะมีอยู่ 2 แบบคือ PCIe และ SATA โดยPCIe จะมีความเร็วที่สูงมากเมื่อเทียบกับ SATA

คำแนะนำ

ในการเลือกซื้อ SSD นั้นหากจะซื้อแบบ M.2 ต้องดูประกอบกับ mainboard ด้วยว่ารองรับแบบไหน เพราะ mainboard แต่ละตัวนั้นรองรับ M.2 ไม่เหมือนกัน ซึ่งความจุ SSD ที่แนะนำนั้นอย่างน้อย 240GB ขึ้นไปจะดีมาก โดยหากจะใช้งานที่ต้องการความเร็วสูงมากควรจะเป็น SSD แบบ NVMe  ด้วย แต่หากไม่ใส่ใจความเร็วนั้นสามารถซื้อแบบ SATA ได้

สำหรับ HDD นั้นความจุที่แนะนำคือขนาด 1TB โดยในตอนนี้ HDD ของ WD รุ่น Blue นั้นมีราคาเพียงพันต้นๆเท่านั้น เหมาะกับการเอามาเก็ยข้อมูลอย่างดี

 

6.PSU

 

 

Power Supply Unit (PSU) มีหน้าที่จ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ทั้งหมดในเครื่อง โดย PSU จะมีอยู่หลายขนาด ต้องเลือกให้มากกว่าที่ระบบใช้ ซึ่งที่ตัว PSU จะมีป้ายมาตรฐาน 80 Plus กำกับอยู่(รุ่นถูกๆจะไม่มี) โดยมาตรฐาน 80 Plus คือ ใบรับรองว่า PSU รุ่นนี้สามารถแปลงพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยการแปลงไฟจะประสิทธิภาพที่สูงเกินกว่า 80% สำหรับมาตรฐาน 80 Plus จะมีหลายขั้นตั้งแต่ 80 Plus ธรรมดาไปถึงระดับ 80 Plus Thaitanium ซึ่งยิ่งสูงก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ่้น

คำแนะนำ

หลักๆในการเลือกซื้อ PSU นั้นจะมี 2 ข้อคือ เลือกขนาดไฟให้พอต่อการใช้งาน และเลือกตัวที่มีมาตราฐาน 80 plus โดยในการใช้งานทั่วๆไป 400W ก็เกินพอแล้ว แต่หากมีการเล่นเกมและไม่มีการแต่อะไรเพิ่มเข้าไป 500-650W ก็ได้ ส่วนหากสเปคเครื่องแรงจัดก็ควรเลือกอย่างน้อย 750Wขึ้นไป

ที่มา : Notebookspec